แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กวีซีไรต์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กวีซีไรต์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

โลกในดวงตาข้าพเจ้า เขียนโดย มนตรี ศรียงค์

โลกในดวงตาข้าพเจ้า เขียนโดย มนตรี ศรียงค์


"โลกในดวงตาข้าพเจ้า" ของ "มนตรี ศรียงค์" เป็นบันทึกภาพเคลื่อนไหวในชุมชนเล็กๆ ผ่านดวงตาพิเศษของกวีด้วยมุมมองเฉพาะตัวที่โดดเด่น ผสมผสานกับการย้อนรำลึกเรื่องราวเกี่ยวกับผู้คนที่ผ่านมาในชีวิต สามารถทำให้เรื่องที่เป็นรูปธรรมเหล่านั้นโยงไปสู่ภาพสังคมโดยรวมได้

มนตรี ศรียงค์ ประจักษ์ในสาระของชีวิตจากการงานที่เป็นจริงและผู้คนรายล้อม แล้วนำมาถ่ายทอดไว้ในบทกวีได้อย่างกลมกลืน มีชีวิตชีวา ศิลปะการนำเสนออยู่ที่การสรรคำ และการเรียบเรียงลำดับภาพความคิดด้วยชั้นเชิงทางวรรณศิลป์ ก่อให้เกิดความสะเทือนอารมณ์และชวนคิด

กวีนิพนธ์เรื่อง "โลกในดวงตาข้าพเจ้า" ของ "มนตรี ศรียงค์" จึงสมควรได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ของประเทศไทย ประจำปีพุทธศักราช 2550

เพียงความเคลื่อนไหว เขียนโดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

เพียงความเคลื่อนไหว เขียนโดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์


 เพียงความเคลื่อนไหว เขียนโดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เป็นกวีนิพนธ์รวมบทร้อยกรองที่ตีพิมพ์ในวารสารและหนังสือพิมพ์ในช่วงปีพ.ศ. 2516 เนื้อหากล่าวถึงเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 256 ซึ่งเป็นขบวนการนักศึกษาประชาชนได้เรียกร้องรัฐธรรมนูญและขยายตัวเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อความเป็นธรรมด้านต่างๆ ของสังคมเป็นบทกวีที่อ่านเข้าใจง่าย การใช้ถ้อยคำเร่งเร้าให้ตื่นตัวและเกิดความเคลื่อนไหวทางความคิด บางเรื่องเล่าชีวิตชนบท บางเรื่องว่าด้วยสงคราม บางเรื่องแสดงออกถึงอารมณ์ แนวคิด และทัศนคติต่อสังคม

นาฏกรรมบนลานกว้าง เขียนโดย คมทวน คันธนู

นาฏกรรมบนลานกว้าง เขียนโดย คมทวน คันธนู


นาฏกรรมบนลานกว้าง เขียนโดย คมทวน คันธนู เป็นกวีนิพนธ์ที่โดดเด่นด้วยความหลากหลายของฉันทลักษณ์และทำนองเสียงที่แตกต่างจากบทกวีร่วมสมัย เขียนเป็นกลอนแปดและแทรกร่วมกับฉันทลักษณ์อื่น นอกจากนี้ยังประกอบด้วยโคลงสาร สารโศลก เพลงขอทาน เพลงช้าเจ้าหงส์ เพลงโคราช เป็นเรื่องร่วมสมัยที่ย้อนยุกต์ประวัติศาสตร์มาพรรณาบ้าง เนื้อหาของบทกวีคือการประณามชนชั้นสูง ผู้มีอำนาจในสังคมโดยโยงภาพความทุกข์ทรมานและความแค้นของคนยากจนผู้ด้อยโอกาสกับเหตุการณ์ 14 ตุลาคม และ เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เข้ามาเปรียบเทียบเชิงอุปมา

ปณิธานกวี เขียนโดย อังคาร กัลยณพงศ์

ปณิธานกวี เขียนโดย อังคาร กัลยณพงศ์


ปณิธานกวี เขียนโดย อังคาร กัลยณพงศ์ กวีนิพนธ์เล่มนี้จะพาให้คุณได้สัมผัสกับความงามทางการประพันธ์ บทประพันธ์ทุกบทสะท้อนชีวิต วิญญาณ คติชีวิต ปรัชญา และสัจธรรม ที่ชี้ให้เห็นถึงการยึดหลักทางพระพุทธศาสนาเป็นเครื่องนำทางชีวิต การรู้แจ้งในความจริง การปล่อยวาง และการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว โดยที่ผู้เขียนได้นำแนวคิดเหล่านี้มาสอดแทรกร้อยเรียงเป็นบทกวี ที่ให้ผู้อ่านได้ซึมซับอย่างแยบยล

ใบไม้ที่หายไป เขียนโดย จิระนันท์ พิตรปรีชา

ใบไม้ที่หายไป เขียนโดย จิระนันท์ พิตรปรีชา


ใบไม้ที่หายไป เขียนโดย จิระนันท์ พิตรปรีชา กวีนิพนธ์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวเชิงบันทึกของชีวิตตอนหนึ่งของผู้ประพันธ์ระหว่าง พ.ศ. 2513-2529 ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาวัยรุ่นกลุ่มก้าวหน้ามีอุดมการณ์สูงสุด มีความใฝ่ฝัน มีปรัชญาชีวิต จวบจนกระทั่งได้ตระหนักถึงความจริงของชีวิตที่ว่าทุกชีวิตต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ดังเช่นชีวิตของผู้เป็นแม่นั้น ไม่เพียงกำหนดอนาคตของลูกเท่านั้น หากรวมทั้งชีวิตตนเองและผู้ใกล้ชิด

มือนั้นสีขาว เขียนโดย ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

 มือนั้นสีขาว เขียนโดย ศักดิ์สิริ มีสมสืบ


 มือนั้นสีขาว เขียนโดย ศักดิ์สิริ มีสมสืบ รวมบทกวีนิพนธ์ไทยสมัยใหม่ ที่สร้างสรรค์ทั้งความคิดและวิธีการนำเสนอ มุ่งแสดงอุดมคติอันเชิดชู คุณค่า ความบริสุทธิ์และความมีน้ำใจของมนุษย์ กวีถ่ายทอดความคิดเป็นรูปธรรมที่เข้าใจได้ง่าย ผ่านบุคคลและเหตุการณ์สมมติ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในชีวิติจริงและสังคมจริง แสดงความแตกต่างระหว่างสภาวะอันบริสุทธิ์ไม่แสแสร้งของเด็กกับสภาวะของผู้ใหญ่ที่ถูกครอบงำด้วยกรอบของสังคมในแต่ละบทกวี เสนอแง่ความคิดอย่างประณีต

ม้าก้านกล้วย เขียนโดย ไพวรินทร์ ขาวงาม

 ม้าก้านกล้วย เขียนโดย ไพวรินทร์ ขาวงาม


 ม้าก้านกล้วย เขียนโดย ไพวรินทร์ ขาวงาม เป็นกวีนิพนธ์ไทยร่วมสมัยที่สะท้อนให้เห็นพลังชีวิตและจิตใจของคนชนบท ที่เข้ามาสู่เมือง เป็นความผูกพันของผู้เขียนที่ยังไม่ลืมถิ่นเก่าบ้านเกิด จึงเป็นสารถีขี่ม้าก้านกล้วยหนีโลกแห่งความแออัดแบบวิถีเมืองสู่โลกแห่งความงามธรรมชาติแบบวิถีชนบท

ในเวลา เขียนโดย แรคำ ประโดยคำ

 ในเวลา เขียนโดย แรคำ ประโดยคำ


 ในเวลา เขียนโดย แรคำ ประโดยคำ เป็นกวีนิพนธ์ที่แสดงความคิดแหลมคมด้วยเนื้อหาหลากหลาย นำเสนอความคิดอันเป็นสากล เป็นอกาลิโก และมีสุนทรีย์รสแห่งวรรณศิลป์ แม้บทกวีกล่าวถึงสิ่งธรรมดาสามัญใกล้ตัว แต่ด้วยชั้นเชิงการประพันธ์และความละเอียดซับซ้อน  ทำให้ผู้อ่านตีความได้หลายนัย ในเวลา จึงเป็นบทกวีที่ชวนให้อ่านอย่างไตรตรอง ผู้อ่านสามารถเข้าใจ เข้าถึงและประจักษ์ในคุณได้ของสารที่ผู้เขียนนำเสนอ

บ้านเก่า เขียนโดย โชคชัย บัณฑิต

บ้านเก่า เขียนโดย โชคชัย บัณฑิต


บ้านเก่า เขียนโดย โชคชัย บัณฑิต  เป็นหนังสือที่รวมบทกวีนิพนธ์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตคนในชนบทที่กำลังเปลี่ยนไปพร้อมกระแสบริโภคนิยมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ความแตกต่างระหว่างสังคมเมืองและสังคมชนบท รวมถึงคุณค่าทางจิตใจและคุณค่าทางวัตถุ ที่กำลังเป็นปัญหาหลักที่สำคัญ โดยผ่านทางบทกวีที่สะท้อนสภาพสังคม และการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งผู้แต่งได้พบเห็นมาโดยเปรียบเสมือนภาพบ้านหลังเก่าๆ ที่ค่อยๆ เลือนหายไปเนื่องจากกระแสบริโภคนิยมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้เข้ามาแทนที่ ซึ่งผู้แต่งได้สื่อสภาพการเปลี่ยนแปลงทางสังคมผ่านบทกวีได้อย่างชัดเจน

แม่น้ำรำลึก เขียนโดย เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์

แม่น้ำรำลึก เขียนโดย เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์


แม่น้ำรำลึก เขียนโดย เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ เป็นกวีนิพนธ์ที่นำเสนอภาพชีวิตของการย้อนความคิดของชายชรา กลับไปสู่ชีวิตช่วงในวัยเยาว์ โดยรำลึกย้อนผ่านสถานที่ ผู้คน เหตุการณ์และสรรพสิ่งรอบตัวให้ภาพที่สร้างขึ้นจากจินตนาการและประสบการณ์ เป็นบทกวีเล่าถึงเรื่องราวของความฝัน ความจริง ความสุข ความขัดแย้งที่กลมกลืนกัน มีเอกภาพ มีภาพชีวิตในวัยเยาว์เป็นปฐมบท และสรุปปิดฉาก ในปัจฉิมบท ซึ่งเป็นภาพของชายชราบนเก้าอี้โยกริมระเบียงที่บ้านชายน้ำในเวลาพลบค่ำ

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ไม่มีหญิงสาวในบทกวี เขียนโดย ซะการีย์ยา อมตยา

ไม่มีหญิงสาวในบทกวี เขียนโดย ซะการีย์ยา อมตยา


ไม่มีหญิงสาวในบทกวี เป็นหนังสือรวมกวีนิพนธ์แบบไร้ฉันทลักษณ์ (free verse) ที่มีความสั้น-ยาวแตกต่างกันตั้งแต่ ๑๑ บรรทัดจบในครึ่งหน้าจนถึงร้อยกว่าบรรทัดหลายหน้าจบ รวม ๓๖ บท หากนับรวมบทเกริ่นด้วยก็จะเป็น ๓๗ บท บทเกริ่นที่กล่าวถึงนี้ประกอบด้วยข้อความเพียง ๓ บรรทัดที่บอกเจตนารมณ์ของผู้แต่งไว้อย่างคมคาย ดังนี้
ฉันกำลังเดินทางในบทกวี
บทกวีกำลังเดินทางในฉัน
เราต่างมุ่งหน้าสู่ปลายทางเดียวกัน

ไม่มีหญิงสาวในบทกวี สื่อประสบการณ์และทัศนะอันหลากหลายของผู้แต่ง ตั้งแต่การสำรวจตนเอง ทัศนะต่อบทบาท ธรรมชาติ หน้าที่ของกวีและกวีนิพนธ์ ไปจนถึงทัศนะต่อมนุษย์ ชีวิต ปรากฏการณ์และสถานการณ์ร่วมสมัยในสังคมทั้งในระดับบุคคลและก้าวไปถึงระดับมนุษยชาติโดยเชิญชวนให้ผู้อ่านร่วมคิดไปกับเขา แต่ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่ผู้อ่านและผู้แต่งมองเห็นหรือค้นพบอาจไม่ใช่สิ่งหรือคำตอบเดียวกัน
ซะการีย์ยา ไม่ได้เลือกที่จะนำเสนอประสบการณ์และทัศนะที่น่ารื่นรมย์ ตรงกันข้ามเขาได้นำเสนอเรื่องที่น่าเศร้าโศกไว้เป็นอันมาก แต่ก็มิได้พยายามบีบคั้นความรู้สึกผู้อ่านด้วยการแสดงออกอย่างขมขื่น เกรี้ยวกราด กลับปล่อยให้ความเข้มข้นของ”สาร”ที่ผู้อ่านรับได้ขึ้นอยู่กับเวลาและโอกาสในการอ่าน เช่น เขาใช้ถ้อยคำน้ำเสียงซึ่งโดยผิวเผินดูชวนขันในบท “หากฉันตาย” “กรณีวิวาทกับความเงียบ” และ “สระใอใม้มลายเสีย” แต่เมื่ออ่านซ้ำแล้วฉุกคิดก็จะรู้สึกได้ถึงอารมณ์ขมและการประชดเหน็บแนมที่แฝงอยู่ หรือแม้แต่ในบทที่ชวนให้หม่นหมองมากอย่าง “จนกว่าพลทหารคนสุดท้ายจะกลับมา” เขาก็ “เล่น” กับอารมณ์เศร้าด้วยการนำรูปแบบที่ดูผ่อนคลายของรางรถไฟ อาการเคลื่อนอย่างโขยกเขยกของรถไฟ มาแทรกไว้ ซึ่งนับได้ว่าเป็นความสามารถเชิงสร้างสรรค์ที่น่ายกย่อง
ความเด่นของไม่มีหญิงสาวในบทกวี อีกประการหนึ่งอยู่ที่การอ้างถึง (allusion) บุคคล ผลงานและสถานที่ในวัฒนธรรมที่แตกต่าง ซึ่งไม่เพียงแต่จะสะท้อนความเป็นนักอ่านของผู้แต่งเองเท่านั้นแต่ยังเป็นการจุดประกายความคิด เชิญชวนให้พอใจที่จะเปิดหน้าต่างการอ่านออกไปสู่บรรณพิภพอันกว้างไกลเพื่อขยายโลกทัศน์และภูมิรู้ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นอีกด้วย

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

หัวใจห้องที่ห้า เขียนโดย อังคาร จันทาทิพย์

หัวใจห้องที่ห้า เขียนโดย อังคาร จันทาทิพย์


รวมบทกวีร่วมสมัยของ อังคาร จันทาทิพย์ (ฉบับปรับปรุง) เป็นกวีนิพนธ์แนวฉันทลักษณ์ ใช้คำประพันธ์ประเภทกลอนสุภาพเป็นหลักในการนำเสนอ นอกจากนี้ยังมีโคลงสี่สุภาพ กาพย์ฉบัง 16 เป็นฉันทลักษณ์ที่เขียนได้ถูกต้องตามกฏเกณฑ์เป็นระเบียบ แบ่งเนื้อหาสาระเป็นภาคแรกหัวใจห้องที่ห้า ภาคหลัง นิทานเดินทาง และภาคผนวก ภาคแรกผู้ประพันธ์นำเสนอมุมมองของสังคมในมิติต่างๆ ของอดีต เชื่อมโยงสู่ความเปลี่ยนแปลงในสังคมปัจจุบัน ทั้งจากการสั่งสมประสบการณ์และความความรู้สึกนึกคิด ในท่ามกลางวิกฤติการณ์หลายด้สน แต่ผู้ประพันธ์มีหัวใจใฝ่หาความสุขสงบ เสมือนหัวใจห้องที่ห้า “ดวงใจใฝ่ฝันสันติสุข ท่ามกลางทุกข์กระพือไฟไม่สุดสิ้น ชีวิตหยัดอยู่และรู้ยิน รัก และหวังดั่งฝนรินลงดับร้อน”

องค์ประกอบที่เป็นจุดเด่นของผู้ประพันธ์คือ ความสามารถในการใช้กลวิธีนำเสนอแนวคิด ปัญหาสังคมชนบท สังคมเมืองในเชิงวิภากษ์วิจารณ์ เพื่อให้ผู้อ่านนำไปคิดเอง โดยเล่าเรื่องในอดีตเชื่อมโยงกับปัญหาสังคมในยุคปัจจุบันได้ย่างมีสัมพันธภาพ เนื้อหาสาระและรูปแบบสอดคล้องต้องกันอย่างเหมาะสมกลมกลืน มองเห็นอัตลักษณ์ของตัวผู้ประพันธ์ แม้ว่าจะมีภาษาถิ่นปรากฏอยู่บ้าง แต่ผู้เขียนก็ดิอธิบายเป็นเชิงอรรถไว้เพื่อช่วยเสริมสร้างให้เกิดความเข้าใจเนื้อหาสาระของกวี

นครคนนอก เขียนโดย พลัง เพียงพิรุฬห์


นครคนนอก เขียนโดย พลัง เพียงพิรุฬห์


“นครคนนอก” แสดงภาพเมืองที่มีความปะทะสังสรรค์ระหว่างผู้คนกับกระแสคลื่นโซเชียลเน็ตเวิร์ค ให้ภาพการเปลี่ยนถ่ายจากวัฒนธรรมเก่าไปสู่วัฒนธรรมใหม่อย่างฉับพลัน ทั้งยังแสดงวิถี และทัศนะของผู้คนในตรรกะที่เปลี่ยนแปลงไปจากสังคมไทยที่ผ่านมา รวมถึงความไม่เป็นธรรมทางการเมืองบางประการ ในทางกลับกัน ยังคงมีชีวิตของคนบางกลุ่มที่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างเป็นปกติและมีความสุข โดยไม่ข้องเกี่ยวกับโซเชียลเน็ตเวิร์คที่กำลังถาโถมเข้าสู่ผู้คนทุกหมู่เหล่า

พลัง เพียงพิรุฬห์ ได้เลือกนำเสนอเนื้อหาผ่านบทกวีที่มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นการนำเสนอตามแนวขนบนิยมอย่างเคร่งครัด การคิดสร้างสรรค์ที่เป็นไปตามสมัยนิยม รวมถึงการนำเสนอผ่านวรรณรูปที่มีความหมายจากคำและจากภาพที่ปรากฏ

“นครคนนอก” จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้อ่านได้ทบทวนกับตัวเองว่า หรือการมีชีวิตที่ไหลไปตามกระแสนั้น อาจทำให้เราเป็น “คนนอกนคร” ไปได้ในที่สุด

พลัง เพียงพิรุฬห์

พลัง เพียงพิรุฬห์ คือนามปากกาของ เกริกศิษฏ์ พละมาตร์ นักทดลองชีวิตผู้หนึ่ง วัยเยาว์เคยหาเศษเหรียญแถวอู่รถเมล์สายสี่สิบเก้า จากนั้นเนรเทศตัวเอง
ไปอยู่หมู่บ้านเล็ก ๆ ริมเขื่อนทางภาค อีสาน ทดลองใช้ชีวิตลูกทุ่งอย่างเอมอิ่ม
กลับเมืองหลวงใช้ชีวิตนักเรียนช่างกล จบแล้วไปอยู่ปักษ์ใต้ยี่สิบกว่าปี ทำงานมาสารพัดอาชีพจนนับไม่ครบ ปัจจุบันทดลองชีวิตศิลปะ วรรณกรรม เพิ่งทดลองชีวิตนักกีฬา อนาคตอาจทดลองใช้ชีวิตอย่างอื่นอีก

บทกวีตีพิมพ์บทแรกในชีวิต
นรกเย้ยหยันสวรรค์รันทด
สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์
เมษายน ๒๕๔๓

รวมบทกวีเล่มแรกในชีวิต
อาศรมพระจันทร์ ๒๕๔๗

เรื่องสั้นตีพิมพ์เรื่องแรกในชีวิต สุ่ม
เนชั่นสุดสัปดาห์
ตุลาคม ๒๕๔๙

เรื่องสั้นรางวัลชมเชยพานแว่นฟ้า ผู้รับผิดชอบ ๒๕๔๙

รวมบทกวี
ปรากฏการณ์ ๒๕๕๒

บทกวีรองชนะเลิศ
รางวัลนายอินทร์อะวอร์ดวิทยาศาสตร์กถา ๒๕๕๑

เรื่องสั้นรางวัลชมเชยพานแว่นฟ้าปีกแห่งเสรีภาพ ๒๕๕๑
เรื่องสั้นยอดเยี่ยม
รางวัลกนกพงศ์ สงสมพันธุ์
ผู้กุมชะตา ๒๕๕๔

เรื่องสั้นรางวัลสุภาว์ เทวกุล
เงือก ๒๕๕๖

รวมบทกวี
โลกใบเล็ก ๒๕๕๖

รางวัลรองชนะเลิศ
อันดับสองเซเว่นบุ๊คอะวอร์ด
รวมบทกวีโลกใบเล็ก ๒๕๕๖

เข้ารอบ ๗ เล่มสุดท้าย รางวัลซีไรต์
รวมบทกวีโลกใบเล็ก ๒๕๕๖

รวมเรื่องสั้นเล่มแรกในชีวิต
เรากำลังกลายพันธุ์ ๒๕๕๘

รวมบทกวี
นครคนนอก ๒๕๕๙