วันจันทร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2560

ณ ที่ซึ่งแม่โพสพเคยสถิต เขียนโดย ไพวรินทร์ ขาวงาม

 
ณ ที่ซึ่งแม่โพสพเคยสถิต เขียนโดย ไพวรินทร์ ขาวงาม

ณ ที่ซึ่งแม่โพสพเคยสถิต ของ ไพวรินทร์ ขาวงาม เป็นรวมบทกวีที่นำเสนอภาพของสังคมอีสานในยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปทุกระดับ ทั้งระดับสังคมโดยรวมและระดับวิถีชีวิตของปัจเจกบุคคล นโยบายของภาครัฐที่ยังคงเห็นว่าอีสานเป็นดินแดนด้อยพัฒนาและแห้งแล้ง จึงนำเสนอนโยบายเปลี่ยนแปลงทุ่งกุลาร้องไห้เป็นอุตสาหกรรม เป็นแดนกาสิโนและสวนสนุกหรือให้เป็นที่นำขยะของเมือง มาทิ้ง ผู้ประพันธ์ให้ความสำคัญกับชาวนา ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ทำนาหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนทั้งแผ่นดิน แต่วิถีชีวิตของชาวนาต้องยากลำบากและระทมขมขื่น สภาพท้องนาที่เคยอุดมและเป็นที่ซึ่งแม่โพสพเคยสถิตนั้น บัดนี้แปรเปลี่ยนจนแม่โพสพก็ไม่อาจสถิตอยู่ได้ ด้านวิถีชีวิต หนุ่มที่เคยมุ่งเข้าเมืองเพื่อความหวังไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า มาบัดนี้ พิษของสังคมทุนนิยมและเศรษฐกิจฟองสบู่ ทำให้รัฐส่งเสริมนโยบายกลับสู่ชนบท แต่เมื่อกลับไป สภาพสังคมก็ไม่เหมือนเดิมเพราะนโยบายการ “พัฒนา” สังคมเกษตรกรรมของอีสานให้กลายเป็นสังคมอุตสาหกรรม ส่วนสาวอีสานยุคโลกาภิวัตน์มุ่งแต่งงานกับชาวต่างชาติ เพื่อยกระดับฐานะของตนเองและครอบครัว หมู่บ้านและบ้านอีสานในวันนี้ ผู้ประพันธ์รู้สึกราวกับว่า “ไม่มีบ้านให้กลับ” ณ ที่ซึ่งแม่โพสพเคยสถิต ไม่เพียงให้ภาพสังคมอีสานที่แปรเปลี่ยนในภาพกว้าง แต่ยังเน้นการพรรณนาอารมณ์ความรู้สึกภายใน ของผู้คนที่รักในท้องถิ่นของตนแต่ต้องขื่นขมกับวิถีที่แปรเปลี่ยนได้อย่าง ร้าวลึกสะเทือนอารมณ์ ในด้านศิลปะการประพันธ์ ด้วยลีลาที่รื่นไหลและหลากหลาย บทกวีของไพวรินทร์มีเสน่ห์ ของสีสันท้องถิ่น การผสมผสานท่วงทำนองของกลอนแบบฉบับกับรูปแบบฉันทลักษณ์ท้องถิ่น เช่น ผญาและภาษาถิ่นทำให้เกิดท่วงทำนองเฉพาะตนที่สามารถให้ภาพวิถีชีวิต จิตใจและอารมณ์ของผู้คน อีสานได้อย่างเรียบง่าย แต่คมคาย ลุ่มลึกและกินใจ

มหาวิหารแห่งสุวรรณภูมิ เขียนโดย บัญชา อ่อนดี


มหาวิหารแห่งสุวรรณภูมิ เขียนโดย บัญชา อ่อนดี
มหาวิหารแห่งสุวรรณภูมิ ของ บัญชา อ่อนดี เป็นผลงานที่นำเสนอสังคมไทยร่วมสมัยซึ่งประกอบด้วยความหลากหลายแตกต่างทาง วิถีชีวิต วัฒนธรรม ค่านิยม และความเชื่อ ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง และความเปลี่ยนแปลงที่มุ่งไปสู่ “ความสุขสำเร็จรูป” ผู้เขียนเรียงร้อยภาพเหตุการณ์ โดยเฉพาะภาพวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คนในแต่ละภูมิภาคได้อย่างมีพลังและ มีชีวิตชีวา สามารถจัดวางจังหวะในการนำเสนอเนื้อหาได้สอดคล้องกลมกลืนกันอย่างมีเอกภาพ ไม่ต่างจากคีตนิพนธ์ที่มีความสอดประสานของท่วงทำนองอย่างลงตัว ผู้ประพันธ์สามารถนำเสนอเนื้อเรื่องได้อย่างมีโครงสร้างชัดเจน มีลำดับการนำเสนอเรื่องราวอย่างมีขั้นตอนโดยแบ่งเนื้อหาเป็น ๓ ภาคคือ ภาคแรก ที่เป็นมา นำเสนออดีตของสังคมไทย ภาคที่สอง ที่เป็นไป นำเสนอความเปลี่ยนแปลงด้านการปกครองตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นต้นมา และภาคที่สาม ที่คงอยู่ คือสภาพการณ์ทางการเมืองและสังคมไทยในปัจจุบัน ผู้ประพันธ์สามารถใช้สัญลักษณ์ “มหาวิหารแห่งสุวรรณภูมิ” และลีลาทางวรรณศิลป์ซึ่งแม้จะไม่ได้เอ่ยถึงสิ่งที่ต้องการจะสื่อโดยตรงแต่ ใช้การพรรณนา ทำให้ผู้อ่านเข้าใจสิ่งที่ต้องการนำเสนอได้อย่างมีประสิทธิผล การใช้ถ้อยคำมีความเรียบง่ายเป็นธรรมชาติ ไม่ประดิดประดอยจนเกินพอดี สอดคล้องกับแนวคิดสำคัญของเรื่อง

สถานการณ์ปกติ เขียนโดย บัญชา อ่อนดี


สถานการณ์ปกติ เขียนโดย บัญชา อ่อนดี
พบกับกวีนิพนธ์ไทย 35 บทกวี ที่ได้รับรางวัลกวีนิพนธ์ยอดเยี่ยม นายอินทร์อะวอร์ด ประจำปีพุทธศักราช 2557 "สถานการณ์ปกติ" นำเสนอภาพสถานการณ์บ้านเมืองในยามที่ดูเหมือน "สถานการณ์ปกติ" ผ่าน "สถานการณ์ไม่ปกติ" ของภาคใต้ โดยนำเอาชื่อสถานที่ย่อยๆ ในแต่ละตำบลในแต่ละหมู่บ้านในจังหวัดภาคใต้ที่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมาเป็นภาพแทนของสถานการ์ไม่สงบ ซุ่งเป็นชื่อสถานที่ที่มีอยู่จริง และเหตุการณ์จริง ทุกชื่อที่กวีนำมาจะกำกับด้วยถ้อยคำโวหารที่สอดคล้องกับอารมณ์ความรู้สึกต่อสถานการณ์ มีทั้งอารมณ์โศกเศร้า สะเทือนขวัญ สยดสยอง โหดเหี้ยม เป็นการเล่นโวหารสิ่งน้อยแทนสิ่งมาก และเล่นคำพ้องเสียง พ้องความหมาย รวมทั้งสัมผัสสระ สัมพยัญชนะได้อย่างลงตัว บางเรื่องราวจะทำให้คุณเกิดความรู้สึกร่วมไปกับเนื้อหาเลยทีเดียว

วันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2560

ถนนสายนั้นทอดไปสู่หัวใจแม่ เขียนโดย โกสินทร์ ขาวงาม

ถนนสายนั้นทอดไปสู่หัวใจแม่ เขียนโดย โกสินทร์ ขาวงาม


ซื้อหนังสือเล่มนี้มานานมากแล้ว หลังจากที่ไม่มีใจจะอ่านเขียนอะไรมาพักใหญ่ แต่ได้ซื้อหนังสือตุนไว้พอสมควร วันนี้อากาศดี แดดไม่ร้อนเพราะมีสายฝนผ่านมาทักทายยามค่ำคืนจนชุ่มฉ่ำติดต่อกันสองวันแล้ว ฉันเองไม่มีกิจธุระที่ไหน ก็ได้เวลาหยิบมาเปิดอ่านกันเสียที

ฉันเริ่มต้นตั้งแต่สัมผัสปก ดูรูปแบบโทนสีหม่น ๆ ทึมเทา จนนึกอยากรู้อารมณ์ของบทกวีข้างในนั้นว่าจะโทนประมาณไหน

อ่านลายเซ็นในปกใน นักเขียนมอบให้ไว้ตั้งแต่วันที่ 10/10/59 แล้วค่อย ๆ ไล่อ่านไปทีละหน้า ๆ หลังจากอ่านคำนำ และสารบัญเสร็จ เข้าสู่ตอนที่ 1 เมืองในหมู่บ้าน ฉันสะดุดใจกับภาพประกอบซึ่งผู้เขียนบอกไว้ในคำนำว่าเป็นฝีมือการวาดคุณแม่ตอนอายุใกล้ 80 ปี รูปการ์ตูนยุกยิกน่ารัก มีความเป็นศิลปะอยู่ในความรู้สึกของฉัน

ฉันนึกถึงภาพคุณแม่วาดรูปเหล่านี้ก็อดยิ้มไม่ได้ เพราะติดตามอ่านเรื่องราวของท่านผ่านเฟซบุ๊กของผู้เขียนหนังสือเล่มนี้อยู่บ้าง ท่านเป็นคุณแม่ที่น่ารัก น่ากอด อบอุ่นเหลือเกินในความแม่ที่มี

แทนที่จะเริ่มอ่านบทกวี ฉันกลับไล่เปิดดูภาพประกอบทุกภาพจนหมดเล่ม รู้สึกชื่นชมในตัวผู้เขียน เพราะเขาเป็นจิตรกรหนุ่มที่มีฝีมือวาดภาพ ปาดรูปต่าง ๆ ได้สวยงาม ทั้งวาดภาพประกอบให้นักเขียนคนอื่น ๆ อีกมากมาย แต่งานเขียนของเขาเล่มนี้ เขาใช้ภาพวาดฝีมือของผู้เป็นแม่ ซึ่งมีความหมายและมีคุณค่าทางจิตใจ แค่นี้สำหรับฉันก็รู้สึกว่าคุ้มแล้ว ถ้าถามว่าอะไรดีไปกว่าการได้อ่านบทกวีนิพนธ์ดี ๆ สักเล่มหนึ่ง ก็ต้องบอกว่าอะไรที่อ่านแล้วดีต่อใจนี่เอง

เรื่องราวโดย นุ จิตราลักษ์

วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

สายรุ้งที่หายไป เขียนโดย ระวี ตระการจันทร์


สายรุ้งที่หายไป เขียนโดย ระวี ตระการจันทร์
สายรุ้งที่หายไป เขียนโดย ระวี ตระการจันทร์ เป็นหนังสือรวบบทกวีที่เขียนขึ้นต่างกรรมต่างวาระ บอกเล่าความเคลื่อนไปต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวของนักเขียน โดยนักเขียนได้นำมุมมองที่เกิดความสะเทือนใจของตนเอง หยิบขึ้นมาบอกเล่าเป็นท่วงทำนองที่น่าประทับใจ แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในความเป็นไปของชีวิต ดังนั้น ทุกเนื้อหาภายในเล่มจึงค่อนข้างสมบูรณ์เกือบทุกเนื้อใน นักอ่านสามารถเข้าถึงเนื้อในที่นักเขียนต้องการอยากจะบอกได้อย่างง่ายดาย ยิ่งอ่านก็ยิ่งจมดิ่งไปกับเรื่องราวที่ชวนติดตาม หากนักอ่านต้องการหนังสือสักเล่มไว้อ่านเพื่อพักผ่อนและผ่อนคลายอารมณ์ หนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นตัวเลือกได้เป็นอย่างดี

วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

หลากถ้อยในรอยทาง เขียนโดย โชคชัย บัณฑิต


หลากถ้อยในรอยทาง เขียนโดย โชคชัย บัณฑิต

หลากถ้อยในรอยทาง เขียนโดย โชคชัย บัณฑิต เป็นหนังสือที่จัดอยู่ในรูปแบบฉันทลักษณ์ โดยคนเขียนได้รับยกย่องเป็นนักเขียนซีไรต์ประจำสาขากวีนิพนธ์ ดังนั้น หนังสือของนักเขียนจึงเน้นหนักเฉพาะรูปแบบเนื้อหาที่เป็นฉันทลักษณ์ กล่าวเฉพาะหนังสือเล่มนี้ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ค่อนข้างโดดเด่นและมีเนื้อหาใหม่สด เหมาะสำหรับนักอ่านที่ต้องการเติมเต็มความเพลิดเพลินไปกับท่วงทำนอง ที่ถูกผลิตขึ้นจากนักเขียนคุณภาพ ไม่ว่าจะอ่านในมุมมองไหน หนังสือเล่มนี้ก็ตอบสนองได้ทุกด้าน จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักอ่านที่ต้องการค้นหาและค้นพบความเป็นตัวตนของนักเขียน และเข้าใจความหมายที่นักเขียนจะไปสัมผัสอย่างเข้าถึงและเข้าใจ

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ระหว่างทางกลับบ้าน เขียนโดย อังคาร จันทาทิพย์


ระหว่างทางกลับบ้าน เขียนโดย อังคาร จันทาทิพย์

ระหว่างทางกลับบ้าน เขียนโดย อังคาร จันทาทิพย์ เป็นหนังสือรวบรวมบทกวีหลายชิ้น ที่เขียนขึ้นในแต่ละช่วงเวลา นำมาเก็บรวมเป็นเล่มเพื่อให้นักอ่านได้เพลิดเพลินไปกับท่วงทำนองของภาษา ที่นักเขียนได้สร้างสรรคเอาไว้อย่างทรงพลัง ด้วยความสามารถของนักเขียนที่ได้รับยกย่องเป็นกวีซีไรต์ประจำปี 2556 ทำให้หนังสือเล่มนี้เป็นอีกหนึ่งผลงานที่พิสูจน์ความสำเร็จของนักเขียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักเขียนผู้ทำงานด้านฉันทลักษณ์มาตลอดหลาย 10 ปี ยิ่งทำให้เกิดความลื่นไหลของสำนวน และสอดแทรกความหมายไว้อย่างลงตัว ทำให้หนังสือบกกวีเล่มนี้มีคุณค่าอย่างยิ่ง สำหรับนักอ่านผู้อยากค้นหาความหมายของชีวิต ที่ซ่อนเร้นอยู่ในท่วงทำนองของบกกวี

สายรุ้งของความรัก เขียนโดย สุขุมพจน์ คำสุขุม


สายรุ้งของความรัก เขียนโดย สุขุมพจน์ คำสุขุม

สายรุ้งของความรัก เขียนโดย สุขุมพจน์ คำสุขุม เป็นหนังสือรวบรวมบทกวีแห่งความงดงามของแต่ละช่วงวัย โดยผู้เขียนได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปแห่งยุคสมัย และสื่อออกมาให้ผู้อ่านสะเทือนใจในรูปแบบฉันทลักษณ์ แม้หนังสือเล่มนี้จะถูกกำหนดเนื้อหาโดยรูปแบบ แต่ก็มีความเรียบง่ายในการนำเสนอ โดยเฉพาะผู้เขียนที่มีความชำนาญอย่างยิ่ง ทำให้หนังสือเล่มนี้สามารถเข้าถึงผู้อ่านได้อย่างง่ายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทกวีเกือบทั้งหมดในเล่ม ได้ใช้ภาษาที่งดงามและทรงพลัง ก็ยิ่งทำให้หนังสือเล่มนี้มีคุณค่าทางวรรณกรรม จนได้รับการยอมรับจากผู้อ่านให้เป็นหนังสือดีเด่นอีกด้วย ดังนั้น ผู้อ่านที่อยากลิ้มรสความงดงามและความไพเราะของบทกวีเรียบง่าย จึงไม่ควรพลาดหนังสือเล่มนี้

วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

น้ำพุรุ้ง เขียนโดย แรคำ ประโดยคำ




น้ำพุรุ้ง เขียนโดย แรคำ ประโดยคำ


น้ำพุรุ้ง เขียนโดย แรคำ ประโดยคำ เป็นหนังสือรวมบทกวีนิพนธ์ร่วมสมัย ที่มีลักษณะโดดเด่นในเรื่องเนื้อหาและลีลาที่เป็นตัวตนเฉพาะของผู้เขียน ที่สามารถนำฉันทลักษณ์มาเป็นเครื่องมาแสดงความรู้สึกได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะท่วงทำนองที่ทำได้อย่างลื่นไหล ทำให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ร่วมขณะอ่านบทกวี สิ่งเหล่านี้ทำให้หนังสือเล่มนี้ประสบความสำเร็จถึงขั้นได้รับยกย่องเป็นกวียอดนิยมอีกเล่มหนึ่งในแวดวงกวีนิพนธ์ร่วมสมัย

แรคำ เขียนโดย แรคำ ประโดยคำ

แรคำ เขียนโดย แรคำ ประโดยคำ


แรคำ เขียนโดย แรคำ ประโดยคำ เป็นหนังสือรวมบทกวีนิพนธ์ร่วมสมัย ที่บอกเล่าความเป็นไปในสิ่งรอบตัวของผู้เขียน โดยหนังสือเล่มนี้จะนำผู้อ่านให้ศึกษาเรียนรู้ความเป็นอยู่ของสิ่งรอบตัวรวมทั้งจิตเบื้องลึก ทั้งเนื้อหาและลีลาของท่วงทำนองที่ผู้เขียนได้ถ่ายทอดออกมาอย่างลึกซึ้ง ทำให้ผู้อ่านได้อรรถรสและเกิดอารมณ์ร่วมไปกับเนื้อหาที่นำเสนอ ดังนั้น หนังสือเล่มนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ผู้อ่านกวีนิพนธ์ร่วมสมัย ควรเสาะหามาอ่านให้ได้

ดิน น้ำ ลม ไฟ เขียนโดย แรคำ ประโดยคำ


ดิน น้ำ ลม ไฟ เขียนโดย แรคำ ประโดยคำ

ดิน น้ำ ลม ไฟ เขียนโดย แรคำ ประโดยคำ เป็นหนังสือรวมบทกวีที่มีความพลิ้วไหว ส่งอิทธิพลให้กวีรุ่นใหม่ในเวลาต่อมา โดยเฉพาะกลุ่มผู้อ่านที่มีความชื่นชอบผลงานกวีนิพนธ์แนวใหม่ มีความโดยเด่นทั้งเนื้อหาและลีลา หากอาจารย์สถาพร ศรีสัจจังหรือ พนม นันทพฤกษ์ เป็นแม่แบบกวีของทางภาคใต้ แรคำ ประโดยคำ ก็เป็นแม่แบบของทางภาคเหนือนั่นเอง โดยเฉพาะหนังสือรวมบทกวี ดิน น้ำ ลม ไฟ เล่มนี้ ได้รับการยกย่องเป็นหนังสือดีเด่นอีกด้วย จึงไม่ต้องสงสัย หากหนังสือเล่มนี้จะเป็นผลงานล้ำค่าเล่มหนึ่งของวงการกวีนิพนธ์

โลกในดวงตาข้าพเจ้า เขียนโดย มนตรี ศรียงค์

โลกในดวงตาข้าพเจ้า เขียนโดย มนตรี ศรียงค์


"โลกในดวงตาข้าพเจ้า" ของ "มนตรี ศรียงค์" เป็นบันทึกภาพเคลื่อนไหวในชุมชนเล็กๆ ผ่านดวงตาพิเศษของกวีด้วยมุมมองเฉพาะตัวที่โดดเด่น ผสมผสานกับการย้อนรำลึกเรื่องราวเกี่ยวกับผู้คนที่ผ่านมาในชีวิต สามารถทำให้เรื่องที่เป็นรูปธรรมเหล่านั้นโยงไปสู่ภาพสังคมโดยรวมได้

มนตรี ศรียงค์ ประจักษ์ในสาระของชีวิตจากการงานที่เป็นจริงและผู้คนรายล้อม แล้วนำมาถ่ายทอดไว้ในบทกวีได้อย่างกลมกลืน มีชีวิตชีวา ศิลปะการนำเสนออยู่ที่การสรรคำ และการเรียบเรียงลำดับภาพความคิดด้วยชั้นเชิงทางวรรณศิลป์ ก่อให้เกิดความสะเทือนอารมณ์และชวนคิด

กวีนิพนธ์เรื่อง "โลกในดวงตาข้าพเจ้า" ของ "มนตรี ศรียงค์" จึงสมควรได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ของประเทศไทย ประจำปีพุทธศักราช 2550

เพียงความเคลื่อนไหว เขียนโดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

เพียงความเคลื่อนไหว เขียนโดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์


 เพียงความเคลื่อนไหว เขียนโดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เป็นกวีนิพนธ์รวมบทร้อยกรองที่ตีพิมพ์ในวารสารและหนังสือพิมพ์ในช่วงปีพ.ศ. 2516 เนื้อหากล่าวถึงเหตุการณ์ 14 ตุลาคม พ.ศ. 256 ซึ่งเป็นขบวนการนักศึกษาประชาชนได้เรียกร้องรัฐธรรมนูญและขยายตัวเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อความเป็นธรรมด้านต่างๆ ของสังคมเป็นบทกวีที่อ่านเข้าใจง่าย การใช้ถ้อยคำเร่งเร้าให้ตื่นตัวและเกิดความเคลื่อนไหวทางความคิด บางเรื่องเล่าชีวิตชนบท บางเรื่องว่าด้วยสงคราม บางเรื่องแสดงออกถึงอารมณ์ แนวคิด และทัศนคติต่อสังคม

นาฏกรรมบนลานกว้าง เขียนโดย คมทวน คันธนู

นาฏกรรมบนลานกว้าง เขียนโดย คมทวน คันธนู


นาฏกรรมบนลานกว้าง เขียนโดย คมทวน คันธนู เป็นกวีนิพนธ์ที่โดดเด่นด้วยความหลากหลายของฉันทลักษณ์และทำนองเสียงที่แตกต่างจากบทกวีร่วมสมัย เขียนเป็นกลอนแปดและแทรกร่วมกับฉันทลักษณ์อื่น นอกจากนี้ยังประกอบด้วยโคลงสาร สารโศลก เพลงขอทาน เพลงช้าเจ้าหงส์ เพลงโคราช เป็นเรื่องร่วมสมัยที่ย้อนยุกต์ประวัติศาสตร์มาพรรณาบ้าง เนื้อหาของบทกวีคือการประณามชนชั้นสูง ผู้มีอำนาจในสังคมโดยโยงภาพความทุกข์ทรมานและความแค้นของคนยากจนผู้ด้อยโอกาสกับเหตุการณ์ 14 ตุลาคม และ เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เข้ามาเปรียบเทียบเชิงอุปมา

ปณิธานกวี เขียนโดย อังคาร กัลยณพงศ์

ปณิธานกวี เขียนโดย อังคาร กัลยณพงศ์


ปณิธานกวี เขียนโดย อังคาร กัลยณพงศ์ กวีนิพนธ์เล่มนี้จะพาให้คุณได้สัมผัสกับความงามทางการประพันธ์ บทประพันธ์ทุกบทสะท้อนชีวิต วิญญาณ คติชีวิต ปรัชญา และสัจธรรม ที่ชี้ให้เห็นถึงการยึดหลักทางพระพุทธศาสนาเป็นเครื่องนำทางชีวิต การรู้แจ้งในความจริง การปล่อยวาง และการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว โดยที่ผู้เขียนได้นำแนวคิดเหล่านี้มาสอดแทรกร้อยเรียงเป็นบทกวี ที่ให้ผู้อ่านได้ซึมซับอย่างแยบยล

ใบไม้ที่หายไป เขียนโดย จิระนันท์ พิตรปรีชา

ใบไม้ที่หายไป เขียนโดย จิระนันท์ พิตรปรีชา


ใบไม้ที่หายไป เขียนโดย จิระนันท์ พิตรปรีชา กวีนิพนธ์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวเชิงบันทึกของชีวิตตอนหนึ่งของผู้ประพันธ์ระหว่าง พ.ศ. 2513-2529 ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาวัยรุ่นกลุ่มก้าวหน้ามีอุดมการณ์สูงสุด มีความใฝ่ฝัน มีปรัชญาชีวิต จวบจนกระทั่งได้ตระหนักถึงความจริงของชีวิตที่ว่าทุกชีวิตต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ดังเช่นชีวิตของผู้เป็นแม่นั้น ไม่เพียงกำหนดอนาคตของลูกเท่านั้น หากรวมทั้งชีวิตตนเองและผู้ใกล้ชิด

มือนั้นสีขาว เขียนโดย ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

 มือนั้นสีขาว เขียนโดย ศักดิ์สิริ มีสมสืบ


 มือนั้นสีขาว เขียนโดย ศักดิ์สิริ มีสมสืบ รวมบทกวีนิพนธ์ไทยสมัยใหม่ ที่สร้างสรรค์ทั้งความคิดและวิธีการนำเสนอ มุ่งแสดงอุดมคติอันเชิดชู คุณค่า ความบริสุทธิ์และความมีน้ำใจของมนุษย์ กวีถ่ายทอดความคิดเป็นรูปธรรมที่เข้าใจได้ง่าย ผ่านบุคคลและเหตุการณ์สมมติ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในชีวิติจริงและสังคมจริง แสดงความแตกต่างระหว่างสภาวะอันบริสุทธิ์ไม่แสแสร้งของเด็กกับสภาวะของผู้ใหญ่ที่ถูกครอบงำด้วยกรอบของสังคมในแต่ละบทกวี เสนอแง่ความคิดอย่างประณีต

ม้าก้านกล้วย เขียนโดย ไพวรินทร์ ขาวงาม

 ม้าก้านกล้วย เขียนโดย ไพวรินทร์ ขาวงาม


 ม้าก้านกล้วย เขียนโดย ไพวรินทร์ ขาวงาม เป็นกวีนิพนธ์ไทยร่วมสมัยที่สะท้อนให้เห็นพลังชีวิตและจิตใจของคนชนบท ที่เข้ามาสู่เมือง เป็นความผูกพันของผู้เขียนที่ยังไม่ลืมถิ่นเก่าบ้านเกิด จึงเป็นสารถีขี่ม้าก้านกล้วยหนีโลกแห่งความแออัดแบบวิถีเมืองสู่โลกแห่งความงามธรรมชาติแบบวิถีชนบท

ในเวลา เขียนโดย แรคำ ประโดยคำ

 ในเวลา เขียนโดย แรคำ ประโดยคำ


 ในเวลา เขียนโดย แรคำ ประโดยคำ เป็นกวีนิพนธ์ที่แสดงความคิดแหลมคมด้วยเนื้อหาหลากหลาย นำเสนอความคิดอันเป็นสากล เป็นอกาลิโก และมีสุนทรีย์รสแห่งวรรณศิลป์ แม้บทกวีกล่าวถึงสิ่งธรรมดาสามัญใกล้ตัว แต่ด้วยชั้นเชิงการประพันธ์และความละเอียดซับซ้อน  ทำให้ผู้อ่านตีความได้หลายนัย ในเวลา จึงเป็นบทกวีที่ชวนให้อ่านอย่างไตรตรอง ผู้อ่านสามารถเข้าใจ เข้าถึงและประจักษ์ในคุณได้ของสารที่ผู้เขียนนำเสนอ

บ้านเก่า เขียนโดย โชคชัย บัณฑิต

บ้านเก่า เขียนโดย โชคชัย บัณฑิต


บ้านเก่า เขียนโดย โชคชัย บัณฑิต  เป็นหนังสือที่รวมบทกวีนิพนธ์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตคนในชนบทที่กำลังเปลี่ยนไปพร้อมกระแสบริโภคนิยมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ความแตกต่างระหว่างสังคมเมืองและสังคมชนบท รวมถึงคุณค่าทางจิตใจและคุณค่าทางวัตถุ ที่กำลังเป็นปัญหาหลักที่สำคัญ โดยผ่านทางบทกวีที่สะท้อนสภาพสังคม และการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งผู้แต่งได้พบเห็นมาโดยเปรียบเสมือนภาพบ้านหลังเก่าๆ ที่ค่อยๆ เลือนหายไปเนื่องจากกระแสบริโภคนิยมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้เข้ามาแทนที่ ซึ่งผู้แต่งได้สื่อสภาพการเปลี่ยนแปลงทางสังคมผ่านบทกวีได้อย่างชัดเจน